เคล็ดลับคุมต้นทุนฉบับโรงงาน ลดของเสียในไลน์ผลิตยังไงให้กำไรเหลือเยอะขึ้น

เคล็ดลับคุมต้นทุนฉบับโรงงาน ลดของเสียในไลน์ผลิตยังไงให้กำไรเหลือเยอะขึ้น

เคยเจอปัญหาโลกแตกแบบนี้ไหมคะ ออร์เดอร์เข้ามารัว ๆ เครื่องจักรเดินเต็มกำลังผลิต 24 ชั่วโมง พนักงานทำงานล่วงเวลากันแทบทุกวัน แต่พอปิดงบสิ้นเดือนมาดูตัวเลขกำไรกลับเหลือนิดเดียว เล่นเอาเจ้าของโรงงานหรือผู้จัดการฝ่ายผลิตถึงกับกุมขมับว่าเงินมันหายไปไหนหมด

คำตอบส่วนใหญ่มักจะซ่อนอยู่ในถังขยะท้ายไลน์ผลิตค่ะ

ใช่แล้วค่ะ เรากำลังพูดถึง ของเสีย หรือ Defect ที่เกิดขึ้นระหว่างการผลิต ซึ่งเปรียบเสมือนปีศาจตัวร้ายที่คอยกัดกินกำไรของเราเงียบ ๆ ยิ่งผลิตเยอะ ของเสียยิ่งแยะ ต้นทุนก็ยิ่งบานปลาย

รวมรูปภาพของ หลุด QC กันรัว ๆ พบถุงนิ้วในการ์ดจอ RTX 3090 Founders Edition  รูปที่ 1 จาก 1

ทำความเข้าใจก่อนว่า ของเสีย คือต้นทุนที่แพงที่สุด

หลายคนเข้าใจผิดว่าของเสียก็แค่ชิ้นงานที่ใช้ไม่ได้ เอาไปหลอมใหม่หรือขายเป็นเศษเหล็กก็ได้เงินคืนมาบ้าง ไม่น่าจะเสียหายอะไรมาก

แต่ความจริงแล้วราคาของของเสียหนึ่งชิ้น มันแพงกว่าราคาสินค้าปกติหลายเท่าตัวเลยนะคะ เพราะมันรวมเอาค่าวัตถุดิบ ค่าแรงคนงาน ค่าไฟ ค่าเสื่อมราคาเครื่องจักร และที่สำคัญที่สุดคือ ค่าเสียโอกาส ที่เราจะเอาเวลานั้นไปผลิตของดีเพื่อส่งมอบลูกค้า

การลดของเสียจึงไม่ใช่แค่เรื่องของการประหยัดทรัพยากร แต่มันคือการ กู้คืนกำไร ที่เราควรจะได้รับกลับคืนมาเต็มเม็ดเต็มหน่วยค่ะ

 

เริ่มต้นที่คน ต้องมีมาตรฐานเดียวกันทุกคน

สาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้เกิดของเสียในไลน์ผลิต ไม่ได้เกิดจากเครื่องจักรพังหรอกค่ะ แต่มักเกิดจาก คน ทำงานไม่เหมือนกัน

นาย ก. อาจจะตั้งค่าเครื่องแบบหนึ่ง ส่วนนาย ข. มาเข้ากะต่อก็ตั้งค่าอีกแบบหนึ่ง ผลลัพธ์คืองานออกมาคุณภาพแกว่งไปแกว่งมา เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย

ทางแก้ที่ได้ผลที่สุดคือการทำ SOP หรือคู่มือการทำงานมาตรฐานค่ะ อย่ามองว่าเป็นเรื่องยุ่งยากนะคะ แค่ถ่ายรูปหรืออัดคลิปวิดีโอสั้น ๆ แปะไว้ที่หน้างานเลยว่า ขั้นตอนนี้ต้องทำท่าไหน หยิบจับยังไง ตั้งค่าเท่าไหร่ ให้ทุกคนทำตามสูตรเดียวกันเป๊ะ ๆ เมื่อตัวแปรเรื่องคนนิ่งขึ้น ของเสียจะลดลงอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ

 

เครื่องจักรต้องพร้อม อย่ารอให้พังแล้วค่อยซ่อม

เคยไหมคะที่ต้องหยุดไลน์การผลิตกลางคันเพราะสายพานขาด หรือเครื่องจักรน็อค กะทันหัน

การหยุดชะงักแบบนี้แหละค่ะตัวดีเลย เพราะช่วงที่เครื่องจักรเริ่มรวน มันมักจะผลิตชิ้นงานที่ไม่ได้มาตรฐานออกมาจำนวนมหาศาลโดยที่เราไม่รู้ตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็กองพะเนินอยู่ท้ายไลน์แล้ว

ดังนั้นคาถาที่ต้องท่องให้ขึ้นใจคือ Preventive Maintenance หรือการบำรุงรักษาเชิงป้องกันค่ะ

อย่ารอให้เครื่องพังแล้วค่อยเรียกช่าง แต่ให้กำหนดตารางตรวจเช็กเลยว่าต้องเปลี่ยนน้ำมันหล่อลื่นเมื่อไหร่ เปลี่ยนลูกปืนตอนไหน การยอมเสียเวลาวันละ 15 นาทีเพื่อเช็กเครื่องจักร คุ้มค่ากว่าการต้องหยุดไลน์ครึ่งวันเพื่อซ่อมใหญ่แน่นอนค่ะ

บริการด้านการตรวจสอบคุณภาพ - Siam TMC

ตรวจให้ไว เจอให้เร็ว เจ็บตัวน้อยกว่า

หลักการสำคัญของการลดต้นทุนคือ อย่าปล่อยให้ของเสียหลุดไปถึงขั้นตอนสุดท้าย ค่ะ สมมติว่ากระบวนการผลิตมี 5 ขั้นตอน ถ้าชิ้นงานเสียตั้งแต่ขั้นตอนที่ 1 แต่เราดันปล่อยให้มันไหลไปผ่านขั้นตอนที่ 2 3 4 5 จนจบกระบวนการ เท่ากับว่าเราเสียเงินค่าแรงและค่าไฟฟรี ๆ ให้กับชิ้นงานที่ใช้ไม่ได้นั้นไปแล้ว

สิ่งที่ควรทำคือการกระจายจุดตรวจสอบคุณภาพ หรือ QC เข้าไปในแต่ละขั้นตอนย่อยเลยค่ะ หรือสอนให้พนักงานหน้างานเป็น QC ในตัว คือเช็กงานของตัวเองก่อนส่งต่อให้เพื่อน ถ้าเจอของเสียให้คัดออกทันที อย่าเสียดาย ยิ่งคัดออกเร็ว ต้นทุนส่วนเพิ่มยิ่งน้อย กำไรยิ่งเหลือเยอะค่ะ

 

ข้อมูลคืออาวุธ เอาความจริงมาคุยกัน

เลิกใช้ความรู้สึกในการแก้ปัญหานะคะ ประเภทที่ว่า “น่าจะ” เกิดจากตรงนั้น “สงสัย” ว่าเป็นที่ตรงนี้

ให้เริ่มจดบันทึกอย่างจริงจังเลยค่ะว่า ของเสียที่เกิดขึ้นวันนี้มีกี่ชิ้น และเกิดจากสาเหตุอะไรมากที่สุด เช่น เป็นรอยขีดข่วน 50 ชิ้น ขนาดผิด 30 ชิ้น สีเพี้ยน 20 ชิ้น

พอเรามีข้อมูลแบบนี้ เราจะรู้ทันทีว่าต้องโฟกัสแก้ที่จุดไหนก่อน ถ้าปัญหาส่วนใหญ่คือรอยขีดข่วน เราก็ไปดูว่าเกิดจากการขนย้ายหรือเปล่า หรือเกิดจากเครื่องจักรเสียดสี การแก้ปัญหาแบบตรงจุดแบบนี้จะช่วยลดของเสียได้วูบวาบและเห็นผลทันตาเห็นค่ะ

ระวังกับดัก ลดต้นทุนจนได้ของถูกแต่คุณภาพแย่

ข้อควรระวังสุดท้ายที่อยากฝากไว้คือ อย่าหน้ามืดตามัวลดต้นทุนวัตถุดิบจนเกินพอดีค่ะ

บางโรงงานอยากประหยัด เลยไปลดเกรดวัตถุดิบ ซื้อพลาสติกเกรดรอง หรือเหล็กเกรดต่ำมาใช้ ปรากฏว่าพอเข้าเครื่องจักรแล้วแตกหักง่าย กลายเป็นของเสียบานเบอะมากกว่าเดิม

กลายเป็นว่าเสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย เงินที่ประหยัดได้จากค่าวัตถุดิบ ไม่คุ้มเลยกับค่าของเสียที่กองเต็มโรงงาน ดังนั้นต้องคำนวณให้ดีค่ะว่าคุ้มจริงไหม

 

การคุมต้นทุนในโรงงานไม่ใช่การบีบค่าแรงพนักงาน หรือปิดไฟทำงานเพื่อประหยัดค่าไฟนะคะ แต่มันคือการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ให้คุ้มค่าที่สุด

ของเสียที่ลดลงทุกชิ้น คือกำไรที่เพิ่มขึ้นทันทีโดยไม่ต้องไปวิ่งหาลูกค้าใหม่ ลองเริ่มจากจุดเล็ก ๆ อย่างการจัดระเบียบพื้นที่ทำงาน การสอนงานลูกน้อง หรือการจดบันทึกของเสียดูนะคะ

เชื่อเถอะค่ะว่าถ้าเราใส่ใจรายละเอียดพวกนี้ กำไรที่เคยหายไปจะไหลกลับเข้ากระเป๋าเราอย่างแน่นอน และไลน์ผลิตของเราจะกลายเป็นเครื่องพิมพ์ธนบัตรที่มีประสิทธิภาพที่สุดค่ะ